klenskeink.com

ข่าวสารทั่วไป

เรื่องน่ารู้ศึก “ฟอร์มูลา วัน 2017”

ออกสตาร์ทกันแล้วสำหรับการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก ที่เริ่มเหยียบคันเร่งกับสนามแรกของฤดูกาล 2017 ในศึก “ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์” ที่ประเทศออสเตรเลีย

โดยในซีซั่นนี้ศึกฟอร์มูลา วัน ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร ไล่ตั้งแต่ประธานจัดการแข่งขันที่ เบอร์นี เอคเคิลสโตน มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ที่อยู่ในตำแหน่งดังกล่าวมากว่า 40 ปี ต้องออกจากตำแหน่งไป หลัง“ลิเบอร์ตี มีเดีย” สื่อใหญ่ของสหรัฐอเมริกา บรรลุข้อตกลงเทกโอเวอร์ลิขสิทธิ์การแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลกต่อจาก “ซีวีซี แคปิตัล พาร์ทเนอร์ส” ด้วยมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2.4 แสนล้านบาท) โดยได้ เชส แครีย์ รองประธานบริษัท ทเวนตี เฟิร์สท์ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ มารับตำแหน่งดังกล่าวแทน

นอกจากนั้นในส่วนอื่นๆ เช่น ตัวรถแข่ง, กฎกติกา, ทีมเข้าแข่งขัน รวมถึง ตัวนักขับเอง ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ไม่น้อย ซึ่งทำให้วันนี้เราจะมารู้จักเรื่องน่ารู้ก่อนเปิดศึกรถแข่ง ที่มีผู้ชมติดตามมากที่สุดในซีซั่นใหม่

การเปลี่ยนแปลงตัวรถ

ในฤดูกาลนี้ตัวรถแข่งนั้นถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร เริ่มจากส่วนหน้า นั่นก็คือ จมูกของรถ ในปี 2017 จะยาวขึ้น 20 ซม. ขณะที่ความกว้างของปีกหน้าจะเพิ่มจาก 165 ซม. เป็น 180 ซม. อย่างไรก็ตาม ชิ้นส่วนใหม่รูปสามเหลี่ยมเดลต้าทำให้ระยะห่างระหว่างปีกหน้ากับปลายปีก ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับขนาดของปลายปีก

สำหรับยางก็จะมีหน้ากว้างขึ้น โดยยางหน้าเพิ่มความกว้างจาก 24.5 ซม. เป็น 30 ซม. ส่วนยางหลังเพิ่มจาก 32.5 ซม. เป็น 40 ซม. ซึ่งผลจากความกว้างที่เพิ่มขึ้นก็คาดว่าจะทำให้รถเร็วขึ้น 3 วินาทีต่อรอบ นอกจากนั้น ความกว้างโดยรวมของรถจะเพิ่มจาก 140 ซม. เป็น 180 ซม. แต่จากกฎข้อบังคับของบริเวณพื้นท้องรถในส่วนหลังของด้านหน้าที่นั่งนักขับ เมื่อเทียบจากความยาวทั้งหมดของรถ ความกว้างไม่สามารถเกิน 180 ซม. ได้ ดังนั้นรถจึงจะต้องถูกตัดด้านข้างออก และยังมีอีกข้อเสนอหนึ่งที่ให้รถทุกส่วนมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 160 ซม. นั่นก็จะทำให้ด้านข้างของรถถูกตัดออกได้ไม่เกิน 10 ซม.

สุดท้ายในส่วนของปีกหลัง จะกว้างขึ้นจากเดิม 80 ซม. เป็น 95 ซม. พร้อมกับปลายปีกที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งจากทั้งหมดจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร ซึ่งนักขับ และทีมสตาฟฟ์ ต้องปรับตัวกันอย่างหนัก และคงมีผลต่อการแข่งขันในฤดูกาลนี้ไม่มาก ก็น้อยอย่างแน่นอน

แก้ไขกฎใหม่บางส่วน

นอกจากเรื่องของตัวรถแล้ว สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควรสำหรับปีนี้คือ กฏ และกติกาการแข่งขัน โดยมีที่สำคัญๆเริ่มจาก โซนธงเหลืองที่เข้มงวดขึ้น แบ่งเป็น โซนธงเหลืองคู่ ที่นักแข่งทุกคนที่ขับผ่านโซนนี้จะต้องลดความเร็วลงจนสังเกตได้และเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทางหรือหยุด นักแข่งจะต้องไม่ทำเวลาที่มีนัยยะสำคัญ และต้องล้มเลิกการทำเวลาในรอบนั้น แต่ไม่จำเป็นจะต้องเข้าพิท และโซนธงเหลืองเดี่ยว ที่นักแข่งทุกคนที่ขับผ่านโซนนี้ควรลดความเร็วลงและเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทาง ต้องเป็นที่ชัดเจนว่านักแข่งได้ลดความเร็วลงโดยการเบรกเร็วขึ้นหรือลดความเร็วขณะผ่านโซน นักแข่งไม่ควรแซงรถคันใดในโซนนี้ เว้นเสียแต่ว่ารถคันนั้นจะมีความเสียหายที่ชัดเจน

การขยับภายใต้การเบรก เหตุเกิดจากการที่มีนักแข่งเบรกรถเพื่อบังไลน์คู่ต่อสู้คนอื่นๆ ทำให้ทางสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ เอฟไอเอ จึงต้องออกมาเปลี่ยนแปลงกฎ ดังนี้ ในข้อ 27.5 : ห้ามมิให้นักแข่งคนใดขับขี่ในสภาวะที่อาจก่ออันตรายต่อรถคันอื่น และ 27.8 : ห้ามกระทำการใดๆ ที่มีแนวโน้มขัดขวางนักแข่งคนอื่น เช่นการเปลี่ยนทิศทางอย่างไม่ปกติ การเปลี่ยนทิศทางภายใต้การเบรกที่ส่งผลให้นักแข่งคนอื่นต้องกระทำการหลบหลีกจะถูกพิจารณาว่าเป็นการเปลี่ยนทิศทางที่ไม่ปกติ และเข้าข่ายขับขี่อันตราย

ห้ามตุนเครื่องยนต์สำหรับแข่งขัน จากการที่ ลูอิส แฮมิลตัน และทีมงาน จำเป็นต้องใช้หน่วยเครื่องยนต์เกินจำนวนจำกัดของทางเอฟไอเอ ที่เบลเยียม เมื่อปีที่แล้ว ทางทีมจึงได้จัดการ “ตุนเครื่องยนต์” โดยการเปลี่ยนหน่วยเครื่องยนต์ให้กับ แฮมิลตัน 3 ชุด ซึ่งส่งผลให้นักแข่งสหราชอาณาจักรฯ มีเครื่องยนต์เหลือใช้ไปตลอดฤดูกาลที่เหลือ เอฟไอเอ จึงต้องออกมาจัดการระบุเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการได้เปรียบจากการตุนเครื่องยนต์และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามมา

การเปลี่ยนลวดลายหมวกนิรภัย ในปีที่ผ่านมา ถึงแม้ เอฟไอเอ จะกำหนดให้ใช้ลวดลายหมวกเพียงลวดลายเดียวไปตลอดฤดูกาลแล้ว แต่ก็ได้รับการผ่อนปรนในการเปลี่ยนแปลงลวดลายเล็กๆ น้อยๆ บนหมวก แต่นับจากปี 2017 นักแข่งจะต้องใช้ลวดลายหมวกลายเดียวไปตลอดทั้งฤดูกาล แต่จะได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนลวดลายหมวกได้ 1 รายการ นอกจากนั้นหากนักแข่งมีการย้ายทีมในระหว่างฤดูกาลจะได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนลวดลายหมวกได้

ทีมแข่งขัน และตัวเต็งในปีนี้

สำหรับในการแข่งขันซีซั่น 2017 ที่จะถึงนี้ มีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 10 ทีมด้วยกัน ประกอบด้วย เฟอร์รารี, ฮาสส์, แมคราเลน ฮอนดา, เมอร์เ ซเดส-เอเอ็มจี, เรด บลูส์ เรซซิง, เรโนลต์, ซัลเบอร์, โทโร รอสโซ, วิลเลียมส์ และน้องใหม่ ฟอร์ซ อินเดีย โดยทีมเต็งแชมป์ในปีนี้ คงจะหนีไม่พ้น เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อีกเช่นเคย อย่างไรก็ตามในทีมดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้น เมื่อ นิโค รอสเบิร์ก แชมป์โลกเมื่อปีที่แล้วได้ประกาศเลิกขับ ทำให้ทีมต้องดึง วัลต์เตรี บอตตาส นักขับชาวฟินแลนด์จากทีม วิลเลียมส์ มาร่วมทีมกับ ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลก 3 สมัยชาวอังกฤษแทน ซึ่งต้องดูว่าคู่หูคู่ใหม่นี้จะมีความเข้าขากันมากเพียงใด หรือาจจะมีดราม่าอะไรเกิดขึ้นในทีมอีกหรือไม่

ส่วนอีกทีมที่จะมองข้ามไปไม่ได้ คือ เฟอร์รารี ที่มี เซบาสเตียน เวทเทล และ คิมี ไรโคเนน เป็นนักขับ โดยพวกเขาทำเวลาได้ดีที่สุดในการฝึกซ้อมก่อนเปิดฤดูกาล เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่ง แฮมิลตัน กล่าวถึงคู่แข่งไว้ว่า “ผมคิดว่าบางที เฟอร์รารี อาจเป็นตัวเต็ง เราไม่สามารถละสายตาจากพวกเขา เพราะพวกเขาทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมตอนนี้”

ขณะที่ทีมอื่นๆก็มีอาวุธลับ รวมถึงการพัฒนาเครื่องยนตืที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการแข่งขันในปีนี้ต้องออกมาอย่างสนุกสูสีอย่างแน่นอน

และทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น คือ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของศึกเอฟวัน ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ ต้องมาดูกันว่าจะส่งผลอย่างไรต่อการแข่งขันบ้าง และจะทำให้กีฬาดังกล่าวกลับมาเป็นที่นิยมได้อีกครั้งหรือไม่?

โนเลพลิกร่วงรอบ 4 หวดอินเดียนเวลส์

โนวัค ยอโควิช พลิกร่วงรอบ4 แต่โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ คว่ำ ราฟาเอล นาดาล ผ่านเข้า8คนเทนนิสอินเดียนเวลส์

การแข่งขันเทนนิสเอทีพีทัวร์และดับเบิลยูทีเอทัวร์ รายการ บีเอ็นพี พาริบาส โอเพน ที่เมืองอินเดียนเวลส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเภทชายเดี่ยว รอบ4 โนวัค ยอโควิช แชมป์เก่า3สมัยหลังสุดจากเซอร์เบีย และเป็นมือ2ของรายการ ลงสนามเจอกับ นิค คีร์กอส นักหวดเลือดร้อนจากออสเตรเลีย

บทสรุปเป็นคีร์กอสที่เล่นได้อย่างแน่นอนกว่าชนะยอโควิชไปได้แบบสนุก2-0เซต 6-4และ7-6(7-3) ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ต่อไป

ส่วนโรเจอร์ เฟเดเรอร์ มือเก๋าจากสวิตเซอร์แลนด์ มือวางอันดับ9ของรายการ ลงทำศึกนัดสำคัญกับราฟาเอล นาดาล มือ5จากสเปน ซึ่งผลออกมาเป็นเฟดเอ็กซ์ที่ไล่ต้อนนาดาลไปขาดลอย2เซตรวด 6-2และ6-3 เข้ารอบ8คนไปพบกับคีร์กอส

“นาดาล-แคร์เบอร์” ลิ่ว 16 คนเทนนิสไมอามีฯ

ราฟาเอล นาดาล ควงคู่ แองเจลิค แคร์เบอร์ ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเทนนิสไมอามี โอเพ่น

ศึกเทนนิสเอทีพี ทัวร์ และ ดับเบิลยูทีเอ ทัวร์ รายการ ไมอามี โอเพ่น ที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันประเภทชายเดี่ยว และหญิงเดียว รอบ 32 คนสุดท้าย

เริ่มที่ประเภทชายเดี่ยว คู่ที่น่าสนใจ ราฟาเอล นาดาล นักหวดชาวสเปน มือ 5 ของรายการ เอาชนะ ฟิลิปป์ โคลห์ชไรเบอร์ มือ 26 ของรายการจากเยอรมนี 2-1 เซต 0-6, 6-2, 6-3 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายไปพบกับ นิโกลาส์ มาอูต์ จากฝรั่งเศส ที่เอาชนะ กีโด เปญา จากอาร์เจนตินา 2-0 เซต 6-4, 6-3

ขณะที่ เคอิ นิชิโคริ มือ 2 ของรายการจากญี่ปุ่น เฉือนชนะ เฟอร์นานโด เบร์ดาสโก มือ 25 จากสเปน 2-1 เซต 7-6 (7-2), 6-7 (5-7), 6-1 เข้ารอบ 16 คนสุดท้ายไปพบกับ เฟเดริโก เดลโบนิส จากอาร์เจนตินา ด้าน มิลอส ราโอนิช มือ 3 จากแคนาดา ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย หลังต้องถอนตัวจากแมตช์ที่จะเจอกับ จาเร็ด โดนัลด์สัน จากสหรัฐ เนื่องจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังข้างขวากำเริบ

ส่วนประเภทหญิงเดี่ยว คู่ที่น่าสนใจ แองเจลิค แคร์เบอร์ มือ 1 ของรายการจากเยอรมนี มือ 1 ของรายการจากเยอรมนีหวดชนะ เชลบี โรเจอร์ส จากสหรัฐ 2-0 เซต 6-4, 7-5 ผ่านเข้ารอบ 16 คนสุดท้ายไปพบกับ ริสะ โอซากิ จากญี่ปุ่น ที่เอาชนะ จูเลีย จอร์เกส จากเยอรมนี 2-0 เซต 7-6 (7-5), 6-3

ด้าน ซิโมนา ฮาเลป มือ 3 ของรายการจากโรมาเนีย ผ่านเข้ารอบเช่นกัน หลังเอาชนะ แอนเน็ตต์ คอนทาเวต จากเอสโตเนีย 2-0 เซต 6-3, 6-0 โดยจะพบกับ ซาแมนธา สโตเซอร์ จอมเก๋าจากออสเตรเลีย และ มือ 14 ของรายการ

วันนี้ในอดีต…วันประวัติศาสตร์ของ “สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาลย์”

วันนี้เมื่อ 11 ปีก่อน “สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาลย์” สวมหัวใจสิงห์ บุกไปน็อกคู่ชกคว้าแชมป์โลกถึงฝรั่งเศส ขณะที่สื่อตปท.ยกให้ไฟต์นี้เป็น “ไฟต์ดุเดือดแห่งทศวรรษ”

การชกครั้งนี้มีขึ้นในวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ.2549 หรือวันนี้เมื่อ 11 ปีก่อน ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยเป็นศึกชิงแชมป์โลกในรุ่นซูเปอร์แบนตัมเวตของสมาคมมวยโลก (WBA) ระหว่าง มาห์ยาร์ มงซิปัวร์ ยอดนักชกเจ้าถิ่น เจ้าของฉายา “ลิตเติล ไทสัน” พบกับ สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาลย์ ผู้ท้าชิงชาวไทย ซึ่งก่อนการชกบรรดาเซียนมวยต่างประเทศต่างก็มั่นใจว่าแชมป์โลกจะอยู่กับ มงซิปัวร์ แน่นอน อยู่ที่จะชนะน็อกหรือชนะคะแนนเท่านั้น

แต่เพียงแค่ยกแรก สมศักดิ์ ก็ปล่อยอัปเปอร์คัตซ้ายทีเด็ดเข้าปลายคาง มงซิปัวร์ จนกรรมการต้องนับ 8 เล่นเอาแฟนมวยเจ้าถิ่นช็อกกันทั้งสนาม แต่ มงซิปัวร์ ยังประคองตัวได้ดี และเปลี่ยนแผนการชกทันทีหลังจากนั้น แต่แม้จะเปลี่ยนแผนด้วยการปล่อยหมัดชุดหวังน็อกให้ได้ แต่นักมวยชาวไทยยังไม่ยอมล้มง่ายๆ

มาถึงยกที่ 10 มงซิปัวร์ ยังใช้รูปแบบเดิมคือบุกเข้าใส่สมศักดิ์อยู่ข้างเดียว แต่สมศักดิ์ยังสู้ได้อย่างสูสีและทันทีที่การ์ดของ มงซิปัวร์ ตก สมศักดิ์ ก็จัดการประเคนอัปเปอร์คัตเข้าเต็มคางแชมป์โลก จากนั้นก็เดินสาวหมัดใส่เป็นชุด จนกรรมการต้องสั่งยุติการชกทันที ก่อนชูมือให้สมศักดิ์ สิงห์ชัชวาลย์ เป็นฝ่ายชนะทีเคโอ ในยกที่ 10 คว้าแชมป์โลกไปครองได้สำเร็จ และกลายเป็นแชมป์โลกคนที่ 37 ของประเทศไทย และยังทำให้ “สมศักดิ์”กลายเป็นนักมวยไทยคนแรกที่ได้แชมป์โลกในแผ่นดินยุโรปอีกด้วย

โดยการชกคู่นี้ถูกยกย่องเป็นอย่างมากจากหลายสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นสมาคมมวยโลก (WBA) ยกให้เป็นไฟต์ดุเดือดที่สุดแห่งปี เช่นเดียวกับ “เดอะริง” นิตยสารมวยเบอร์ 1 ของโลกก็ยกให้ไฟต์นี้เป็น “ไฟต์แห่งปี 2006” รวมถึงนิตยสาร สปอร์ต อิลลัสเตรท ของสหรัฐฯ ก็ยกให้เป็น “ไฟต์ดุเดือดแห่งทศวรรษ” อีกด้วย

“โอนีล” ชี้ “โคลแมน” ขาหักคือการสูญเสียครั้งใหญ่

มาร์ติน โอนีล กุนซือ ไอร์แลนด์ ระบุ การที่ เซมุส โคลแมน แบ็กขวากัปตันทีม โดนเสียบขาหักในเกมคัดบอลโลกที่เปิดบ้านเสมอ เวลส์ 0-0 เมื่อคืน เป็นความสูญเสียครั้งใหญ่

โดยในเกมฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่ม D นัดที่ “ยักษ์เขียว” เปิดรังเสมอ “มังกรแดง” เวลส์ 0-0 เมื่อคืนที่ผ่านมานั้น เกิดเหตุการณ์ที่ โคลแมน แบ็กขวาจากสโมสร เอฟเวอร์ตัน ถูกทาง นีล เทย์เลอร์ แบ็กซ้ายทีมชาติเวลส์ เสียบหนักจนถึงขั้นขาหัก

หลังเกม โอนีล กล่าวว่า “ซีมุส ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และแพทย์ก็ยืนยันแล้วว่าเขาขาหัก ถือเป็นเรื่องโชคร้ายสุด ๆ เพราะเขากำลังมีฤดูกาลที่ดีที่สุดในชีวิตกับต้นสังกัด เขาคือนักเตะคนสำคัญของเรา เป็นกัปตันทีมที่ยอดเยี่ยม ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของ เอฟเวอร์ตัน รวมถึงเราด้วย แต่ผมหวังว่าเขาจะกลับมาได้”

ด้าน คริส โคลแมน กุนซือ “มังกรแดง” ออกมาปกป้อง เทย์เลอร์ โดยระบุว่าลูกทีมของตนไม่ได้จงใจทำร้ายเพื่อนร่วมอาชีพ โดยกล่าวว่า “เหมือสิ่งอื่นใด สิ่งสำคัญที่สุดคือ ซีมุส โคลแมน เรารู้มาว่าอาการของเขาค่อนข้างหนัก ซึ่งเรารู้สึกเสียใจมากที่ได้ยินแบบนั้น แต่ นีล เทย์เลอร์ ไม่ใช่นักเตะประเภทจ้องทำร้ายคู่แข่งแน่นอน”

แข้งหญิงบุกปาเลสไตน์

ทีมฟุตบอลหญิงไทย ยกทัพบุกปาเลสไตน์ เพื่อทำศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก วันที่ 3-7 เม.ย.

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย กล่าวถึงความพร้อมของทีมก่อนการแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่ประเทศปาเลสไตน์ ที่จะแข่งขันกันระหว่างวันที่ 3-7 เมษายนว่าช่วงที่ผ่านมา ทัพชบาแก้วได้เดินทางไปเก็บตัวที่ พัฒนา กอล์ฟ คลับ แอนด์ รีสอร์ท จังหวัดชลบุรี และล่าสุดได้มีการประกาศรายชื่อ 23 คนสุดท้าย โดยมีชื่อของ นักเตะหน้าใหม่อย่าง สุชาวดี นิลธำรงค์ ศูนย์หน้าลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ร่วมทีมด้วย

“ตั้งแต่เราย้ายไปฝึกซ้อมที่ชลบุรี ด้วยสภาพแวดล้อมของแคมป์ ที่เป็นสนามปิด สงบ และยังมีสาธารณูปโภคต่างๆ ครบวงจร ทุกคนแฮปปี้ ทำให้บรรยากาศในทีมดีมาก น้องๆ มีสมาธิและมีความตั้งใจกับการซ้อมดีเยี่ยม กินอิ่มนอนหลับ เพราะโค้ชสเปนเซอร์ ไพรเออร์ และทีมงานต้องการให้นักเตะโฟกัสแต่เรื่องในสนามเท่านั้น ทำให้ทีมค่อนข้างพร้อมสำหรับการเดินทางไปปาเลสไตน์” มาดามแป้ง กล่าว

“นอกจากนี้ ทีมยังได้ น้องมิรันดา สุชาวดี นิลธำรงค์ ศูนย์หน้าลูกครึ่งไทย-อเมริกัน วัยเพียงแค่ 19 ปี จาก University of California, Berkeley มาร่วมซ้อมกับทีมในช่วงก่อนเดินทาง จากวิดีโอการเล่นที่ทีมงานส่งให้ดูและผลงานในปี 2016 ที่ผ่านมา เชื่อว่า น้องมิรันดา จะเข้ามาเสริมความแกร่งและความเฉียบคมในแดนหน้าให้ทีมไทย”

ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ได้ออกเดินทางไปประเทศปาเลสไตน์ในวันที่ 27 มีนาคม โดยจะแข่งขันฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก นัดแรก พบกับ ปาเลสไตน์ ที่ สนามกีฬานานาชาติ ไฟซอล อัล ฮุสไซนี ในวันที่ 3 เมษายน 2560 เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย

การเดินทางครั้งนี้ พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมฯ ได้เดินทางไปส่งสต๊าฟฟ์โค้ช และ 23 นักฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยด้วย

สำหรับ ทีมสาวไทยนั้นอยู่ กลุ่ม ซี ร่วมสายกับ ปาเลสไตน์ (เจ้าภาพ) และ ไต้หวัน โดยก่อนหน้านี้เลบานอนและกวมได้ถอนตัวออกไป ทำให้การแข่งขันในรอบนี้จะนำทีมแชมป์กลุ่มเพียงทีมเดียว ผ่านเข้ารอบไปเล่นฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รอบสุดท้าย ที่ประเทศจอร์แดน ระหว่างวันที่ 7-22 เมษายน พ.ศ. 2561

พล.ต.ท. พิสัณห์ จุลดิลก กล่าวว่า “ฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดนี้ถือว่ามีพัฒนาการมากมาย ตั้งแต่ไปเมียนมา และ จีน และได้ทราบข่าวว่าความฟิตของแต่ละคนก็ดีขึ้น ถ้าเปรียบเทียบกับตอนคว้าแชมป์อาเซียน เมื่อปีก่อนที่ประเทศเมียนมา หวังว่าเมื่อผ่านรอบนี้ไปแล้ว เราจะได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกอีกครั้ง

“ซิโก้” พร้อมรบ “เราเจอกับทีมที่ดีที่สุด”

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง โหมโรงก่อนลุย “ซามูไร” ญี่ปุ่น ในศึกฟุตบอลโลก ชูเจ้าบ้านเป็นทีมที่ดีที่สุด ไทยไม่มีอะไรจะเสีย แต่พร้อมสู้ด้วยใจเต็มร้อย

แข้ง “ช้างศึก” พร้อมลงสู่สมรภูมิฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 3 กลุ่ม บี นัดที่ 7 พบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ที่สนามไซตามะ สเตเดียม ในวันที่ 28 มี.ค.นี้ เวลา 17.35 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ได้โหมโรงก่อนลงสนาม เพื่อหวังที่จะสร้างผลงานให้ดีที่สุด โดยผ่านเกมเตะไปแล้ว 6 นัด ไทยแพ้ 5 เสมอ 1 มีแค่คะแนนเดียว รั้งอันดับสุดท้ายของกลุ่ม ล่าสุด แพ้ซาอุดิอาระเบีย 0-3 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 23 มี.ค.

“ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ได้ร่วมงานแถลงข่าวก่อนการแข่งขัน ว่า “เราคิดว่าการเจอกับญี่ปุ่น ซึ่งเป็นทีมที่ดีที่สุดในกลุ่มของเรา แล้วเราก็เห็นว่าแมตช์ที่ผ่านมา ญี่ปุ่น สามารถเอาชนะ ยูเออี ได้ ซึ่ง ถ้าพูดโดยรวมแล้วทั้งแท็คติคและเทคนิคของผู้เล่นญี่ปุ่น เหนือกว่าทีมชาติไทยแน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่เราคุยกันกับนักฟุตบอลก็คือใจที่เราอยากจะเล่น 100% ซึ่งเราคิดว่าไม่มีอะไรจะเสีย เพราะหลายปีที่ผ่านมาเราไม่มีโอกาสที่จะเล่นกับทีมชาติญี่ปุ่นเลย ซึ่งพวกเขามีโอกาสไปฟุตบอลโลกมาหลายครั้ง และถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้เล่นต่อหน้าแฟนญี่ปุ่นและแฟนไทยที่ตามมาเชียร์ เราก็พยายามจะทำให้เต็มที่ที่สุด”

ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าไทยจะทำผลงานออกมาได้ดีเหมือนที่สิงคโปร์เคยทำไว้ในการบุกมาเสมอ 0-0 หรือไม่

“วันนั้นสิงค์โปร์ก็ทำได้ดี เราก็ไม่รู้ว่าเราจะทำได้ดีเหมือนสิงคโปร์รึเปล่า แต่หากเราได้ 1 แต้มก็ถือว่าประสบความสำเร็จสำหรับเรา แต่แน่นอนทุกทีมอยากได้ 3 ก็ไม่ใช่งานง่าย ซึ่งญี่ปุ่นเองก็ต้องการไปรัสเซีย และหากทีมไหนได้ 15 แต้มหรือ 16 แต้มก็จะมีความมั่นใจ ฉะนั้นเราจะทำงานให้หนักในส่วนของเรา และคิดว่าถ้าเด็กทุกคนท็อปฟอร์มก็อาจจะเป็นไปได้สำหรับเรา” ซิโก้ ตอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เกมกับซาอุดิอาระเบีย ในฐานะเจ้าบ้าน ไทยเล่นได้อย่างดุดัน เดินหน้าทำเกมรุก คิดว่าไทยจะเล่นแบบเดิมกับญี่ปุ่นในวันพรุ่งนี้หรือไม่ ?

“แมตช์ที่เล่นกับซาอุดิอาระเบีย ที่เล่นในบ้านเราต้องการ 3 แต้ม เราเปิดเกมรุกเต็มพิกัด ซาอุก็ไม่ได้เพรสซิ่งเรามากมาย แต่เราเสียประตูเร็ว เราจำเป็นต้องเปิดเกมรุก และมาเสียประตูที่สองจากความผิดพลาดของเราเอง พอเสียประตูที่ 3 เกมมันเปิดแล้ว แม้ว่าแมตช์นั้นเราจะไม่ได้ 3 แต้มอย่างใจหวัง แต่เด็กทุกคนลืมเกมนั้นไปแล้ว เราคิดว่าพรุ่งนี้เราคิดว่าจะทำอย่างไรให้ทุกทีมที่เจอเราเป็นงานที่ยากที่สุด เราก็หวังว่าพรุ่งนี้ญี่ปุ่นจะเจองานยาก และเราจะเล่นให้สนุก ขอให้ทุกคนดึงศักยภาพของตัวเองให้มากที่สุด แฟนทุกคนจะเห็นเราสู้ตลอด 90 นาที”

ซิโก้ ยังพูดถึงการขาด ธีราทร บุญมาทัน แบ็กซ้ายกัปตันทีมที่ติดโทษแบน ว่า “การขาด ธีราทร กัปตันทีม ทีมเราอาจจะมีจุดอ่อนบ้างเรื่องลูกตั้งเตะ แต่ถ้าเรามองผลดีก็คือคนอื่นๆจะได้โอกาสของผู้เล่นใหม่ซึ่งเป็นนักเตะวัยรุ่น เราเน้นเรื่องแท็คติคทีมเวิร์คเป็นหลัก เกมพรุ่งนี้ทุกคนมีความกระหายอยากจะลงสนามแล้ว “

“นานแค่ไหนแล้วที่ทีมชาติไทยไม่ได้มาเล่นกับทีมชาติญี่ปุ่นที่นี่ นานมากแล้ว รวมถึงตัวพี่โก้เองด้วย ตั้งแต่ปี 1992 ที่เคยเล่นกับ มิอุระ, รามอส 25 ปีที่แล้ว ตอนนี้เราได้มาเล่นกับทีมที่ดีที่สุดในเอเชีย มันคือความโชคดี พรุ่งนี้เราจะเล่นให้สนุก และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทั้งหมด เราอยากเห็นทีมชาติไทยมารอบแบบนี้บ่อยๆ ซึ่งสนามแห่งนี้เคยใช้เป็นสนามฟุตบอลโลก ไม่ใช่ใครก็มาเล่นได้ ฉะนั้นมันเป็นความฝันของนักเตะที่ได้มาเล่นที่ไซตามะ สเตเดียม” กุนซือทีมชาติไทย ทิ้งท้าย

สถิติโลก!!! ราชันชุดขาวยิงคู่แข่ง 48 นัดติด

เรอัล มาดริด สร้างสถิติโลกใหม่ ยิงคู่แข่ง48นัดติด ทำลายสถิติเดิมที่ยืนยงกว่าครึ่งศตวรรษ

“ราชันชุดขาว”เปิดรังซานติอาโก เบร์นาเบว แซงชนะเรอัล เบติส 2-1 ทำแต้มปาดหน้าบาร์เซโลนา ขึ้นจ่าฝูงศึกลาลีกาสเปน เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่12มี.ค.ที่ผ่านมา ทำให้เป็นนัดที่48ติดต่อกันที่สามารถพังประตูคู่แข่งได้

เป็นสถิติโลกใหม่ทำลายสถิติเดิมของเบนฟิกา ทีมดังลีกโปรตุเกสที่ทำไว้47นัดติดต่อกันในช่วงปี1963-1965

ทั้งนี้ นัดสุดท้ายที่ราชันชุดขาวยิงประตูใส่คู่แข่งไม่ได้ คือเกมเสมอแมนฯซิตี0-0 ในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เมื่อเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว

“แมนฯ ยูไนเต็ด” พร้อมทุ่มค่าตัวสถิติโลกคว้า “เนย์มาร์”

“แมนฯ ยูไนเต็ด” พร้อมทุ่มค่าตัวสถิติโลกคว้า “เนย์มาร์”

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมทุ่ม 173 ล้านปอนด์ (ราว 7,300 ล้านบาท) กระชากตัว เนย์มาร์ เป็นสถิติโลกใหม่ พร้อมประเคนค่าเหนื่อยแพงสุดในลีก

สื่อจากสเปน ระบุว่า ปีศาจแดง เตรียมทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเป็นค่าตัวให้กับดาวเตะบาร์เซโลนา พร้อมจ่ายค่าเหนื่อย 415,000 ปอนด์ (ประมาณ 17 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ เพื่อแลกกับการให้เจ้าตัวย้ายมาค้าแข้งบนเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ซึ่งหากดีลนี้เกิดขึ้นจริงจะป็นการทำลายสถิติเก่าของ ปอล ป็อกบา ที่ย้ายจาก ยูเวนตุส มายัง โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ด้วยค่าตัว 89 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4 พันล้านบาท) โดยปัจจุบัน เนย์มาร์ วัย 25 ปี ยังมีสัญญผูกมัดในถิ่นคัมป์ นู ถึงปี 2021

แมนฯยูไนเต็ดสนคว้า “โบรโซวิช”

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมคว้าตัว มาร์เซโล โบรโซวิช กองกลางชาวโครแอตของอินเตอร์ มิลาน หลัง มูรินโญ นายใหญ่ของทีมลงทุนเดินทางไปกรุงซาเกร็บเพื่อเช็คฝีเท้า

เอเย่นส่วนตัวของ โบรโซวิช ยืนยันว่าได้จะมีการพูดคุยกับสโมสรจากอังกฤษเมื่อไม่นานนานี้แต่ไม่เปิดเผยชื่อว่าเป็นทีมใด ซึ่งแหล่งข่าวในอิตาลี เชื่อว่าเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แห่งเกาะอังกฤษ ที่กำลังให้ความสนใจดาวเตะรายนี้

หลังจาก โชเซ มูรินโญ ผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ด เดินทางมาชมเกมที่ โครเอเชีย เปิดบ้านชนะ ยูเครน 1-0 ศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป กลุ่มไอ

สำหรับ โบรโซวิช ย้ายจาก ดินาโม ซาเกร็บ มาอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน เมื่อปี 2015 ซึ่งหาก แมนฯยู ต้องการดึงมาร่วมทีมอาจต้องจ่ายค่าฉีกสัญญาจำนวน 43 ล้านปอนด์ (ราว 1,800 ล้านาท)