เรื่องน่ารู้ศึก “ฟอร์มูลา วัน 2017”

ออกสตาร์ทกันแล้วสำหรับการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก ที่เริ่มเหยียบคันเร่งกับสนามแรกของฤดูกาล 2017 ในศึก “ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์” ที่ประเทศออสเตรเลีย

โดยในซีซั่นนี้ศึกฟอร์มูลา วัน ถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร ไล่ตั้งแต่ประธานจัดการแข่งขันที่ เบอร์นี เอคเคิลสโตน มหาเศรษฐีชาวอังกฤษ ที่อยู่ในตำแหน่งดังกล่าวมากว่า 40 ปี ต้องออกจากตำแหน่งไป หลัง“ลิเบอร์ตี มีเดีย” สื่อใหญ่ของสหรัฐอเมริกา บรรลุข้อตกลงเทกโอเวอร์ลิขสิทธิ์การแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลกต่อจาก “ซีวีซี แคปิตัล พาร์ทเนอร์ส” ด้วยมูลค่า 8 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2.4 แสนล้านบาท) โดยได้ เชส แครีย์ รองประธานบริษัท ทเวนตี เฟิร์สท์ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ มารับตำแหน่งดังกล่าวแทน

นอกจากนั้นในส่วนอื่นๆ เช่น ตัวรถแข่ง, กฎกติกา, ทีมเข้าแข่งขัน รวมถึง ตัวนักขับเอง ก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ไม่น้อย ซึ่งทำให้วันนี้เราจะมารู้จักเรื่องน่ารู้ก่อนเปิดศึกรถแข่ง ที่มีผู้ชมติดตามมากที่สุดในซีซั่นใหม่

การเปลี่ยนแปลงตัวรถ

ในฤดูกาลนี้ตัวรถแข่งนั้นถือว่ามีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร เริ่มจากส่วนหน้า นั่นก็คือ จมูกของรถ ในปี 2017 จะยาวขึ้น 20 ซม. ขณะที่ความกว้างของปีกหน้าจะเพิ่มจาก 165 ซม. เป็น 180 ซม. อย่างไรก็ตาม ชิ้นส่วนใหม่รูปสามเหลี่ยมเดลต้าทำให้ระยะห่างระหว่างปีกหน้ากับปลายปีก ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับขนาดของปลายปีก

สำหรับยางก็จะมีหน้ากว้างขึ้น โดยยางหน้าเพิ่มความกว้างจาก 24.5 ซม. เป็น 30 ซม. ส่วนยางหลังเพิ่มจาก 32.5 ซม. เป็น 40 ซม. ซึ่งผลจากความกว้างที่เพิ่มขึ้นก็คาดว่าจะทำให้รถเร็วขึ้น 3 วินาทีต่อรอบ นอกจากนั้น ความกว้างโดยรวมของรถจะเพิ่มจาก 140 ซม. เป็น 180 ซม. แต่จากกฎข้อบังคับของบริเวณพื้นท้องรถในส่วนหลังของด้านหน้าที่นั่งนักขับ เมื่อเทียบจากความยาวทั้งหมดของรถ ความกว้างไม่สามารถเกิน 180 ซม. ได้ ดังนั้นรถจึงจะต้องถูกตัดด้านข้างออก และยังมีอีกข้อเสนอหนึ่งที่ให้รถทุกส่วนมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 160 ซม. นั่นก็จะทำให้ด้านข้างของรถถูกตัดออกได้ไม่เกิน 10 ซม.

สุดท้ายในส่วนของปีกหลัง จะกว้างขึ้นจากเดิม 80 ซม. เป็น 95 ซม. พร้อมกับปลายปีกที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งจากทั้งหมดจะเห็นได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงพอสมควร ซึ่งนักขับ และทีมสตาฟฟ์ ต้องปรับตัวกันอย่างหนัก และคงมีผลต่อการแข่งขันในฤดูกาลนี้ไม่มาก ก็น้อยอย่างแน่นอน

แก้ไขกฎใหม่บางส่วน

นอกจากเรื่องของตัวรถแล้ว สิ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปพอสมควรสำหรับปีนี้คือ กฏ และกติกาการแข่งขัน โดยมีที่สำคัญๆเริ่มจาก โซนธงเหลืองที่เข้มงวดขึ้น แบ่งเป็น โซนธงเหลืองคู่ ที่นักแข่งทุกคนที่ขับผ่านโซนนี้จะต้องลดความเร็วลงจนสังเกตได้และเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทางหรือหยุด นักแข่งจะต้องไม่ทำเวลาที่มีนัยยะสำคัญ และต้องล้มเลิกการทำเวลาในรอบนั้น แต่ไม่จำเป็นจะต้องเข้าพิท และโซนธงเหลืองเดี่ยว ที่นักแข่งทุกคนที่ขับผ่านโซนนี้ควรลดความเร็วลงและเตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนทิศทาง ต้องเป็นที่ชัดเจนว่านักแข่งได้ลดความเร็วลงโดยการเบรกเร็วขึ้นหรือลดความเร็วขณะผ่านโซน นักแข่งไม่ควรแซงรถคันใดในโซนนี้ เว้นเสียแต่ว่ารถคันนั้นจะมีความเสียหายที่ชัดเจน

การขยับภายใต้การเบรก เหตุเกิดจากการที่มีนักแข่งเบรกรถเพื่อบังไลน์คู่ต่อสู้คนอื่นๆ ทำให้ทางสหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ หรือ เอฟไอเอ จึงต้องออกมาเปลี่ยนแปลงกฎ ดังนี้ ในข้อ 27.5 : ห้ามมิให้นักแข่งคนใดขับขี่ในสภาวะที่อาจก่ออันตรายต่อรถคันอื่น และ 27.8 : ห้ามกระทำการใดๆ ที่มีแนวโน้มขัดขวางนักแข่งคนอื่น เช่นการเปลี่ยนทิศทางอย่างไม่ปกติ การเปลี่ยนทิศทางภายใต้การเบรกที่ส่งผลให้นักแข่งคนอื่นต้องกระทำการหลบหลีกจะถูกพิจารณาว่าเป็นการเปลี่ยนทิศทางที่ไม่ปกติ และเข้าข่ายขับขี่อันตราย

ห้ามตุนเครื่องยนต์สำหรับแข่งขัน จากการที่ ลูอิส แฮมิลตัน และทีมงาน จำเป็นต้องใช้หน่วยเครื่องยนต์เกินจำนวนจำกัดของทางเอฟไอเอ ที่เบลเยียม เมื่อปีที่แล้ว ทางทีมจึงได้จัดการ “ตุนเครื่องยนต์” โดยการเปลี่ยนหน่วยเครื่องยนต์ให้กับ แฮมิลตัน 3 ชุด ซึ่งส่งผลให้นักแข่งสหราชอาณาจักรฯ มีเครื่องยนต์เหลือใช้ไปตลอดฤดูกาลที่เหลือ เอฟไอเอ จึงต้องออกมาจัดการระบุเรื่องนี้ให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการได้เปรียบจากการตุนเครื่องยนต์และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นตามมา

การเปลี่ยนลวดลายหมวกนิรภัย ในปีที่ผ่านมา ถึงแม้ เอฟไอเอ จะกำหนดให้ใช้ลวดลายหมวกเพียงลวดลายเดียวไปตลอดฤดูกาลแล้ว แต่ก็ได้รับการผ่อนปรนในการเปลี่ยนแปลงลวดลายเล็กๆ น้อยๆ บนหมวก แต่นับจากปี 2017 นักแข่งจะต้องใช้ลวดลายหมวกลายเดียวไปตลอดทั้งฤดูกาล แต่จะได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนลวดลายหมวกได้ 1 รายการ นอกจากนั้นหากนักแข่งมีการย้ายทีมในระหว่างฤดูกาลจะได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนลวดลายหมวกได้

ทีมแข่งขัน และตัวเต็งในปีนี้

สำหรับในการแข่งขันซีซั่น 2017 ที่จะถึงนี้ มีทีมเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 10 ทีมด้วยกัน ประกอบด้วย เฟอร์รารี, ฮาสส์, แมคราเลน ฮอนดา, เมอร์เ ซเดส-เอเอ็มจี, เรด บลูส์ เรซซิง, เรโนลต์, ซัลเบอร์, โทโร รอสโซ, วิลเลียมส์ และน้องใหม่ ฟอร์ซ อินเดีย โดยทีมเต็งแชมป์ในปีนี้ คงจะหนีไม่พ้น เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อีกเช่นเคย อย่างไรก็ตามในทีมดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้น เมื่อ นิโค รอสเบิร์ก แชมป์โลกเมื่อปีที่แล้วได้ประกาศเลิกขับ ทำให้ทีมต้องดึง วัลต์เตรี บอตตาส นักขับชาวฟินแลนด์จากทีม วิลเลียมส์ มาร่วมทีมกับ ลูอิส แฮมิลตัน แชมป์โลก 3 สมัยชาวอังกฤษแทน ซึ่งต้องดูว่าคู่หูคู่ใหม่นี้จะมีความเข้าขากันมากเพียงใด หรือาจจะมีดราม่าอะไรเกิดขึ้นในทีมอีกหรือไม่

ส่วนอีกทีมที่จะมองข้ามไปไม่ได้ คือ เฟอร์รารี ที่มี เซบาสเตียน เวทเทล และ คิมี ไรโคเนน เป็นนักขับ โดยพวกเขาทำเวลาได้ดีที่สุดในการฝึกซ้อมก่อนเปิดฤดูกาล เมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่ง แฮมิลตัน กล่าวถึงคู่แข่งไว้ว่า “ผมคิดว่าบางที เฟอร์รารี อาจเป็นตัวเต็ง เราไม่สามารถละสายตาจากพวกเขา เพราะพวกเขาทำผลงานอย่างยอดเยี่ยมตอนนี้”

ขณะที่ทีมอื่นๆก็มีอาวุธลับ รวมถึงการพัฒนาเครื่องยนตืที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการแข่งขันในปีนี้ต้องออกมาอย่างสนุกสูสีอย่างแน่นอน

และทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น คือ เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของศึกเอฟวัน ที่กำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจ ต้องมาดูกันว่าจะส่งผลอย่างไรต่อการแข่งขันบ้าง และจะทำให้กีฬาดังกล่าวกลับมาเป็นที่นิยมได้อีกครั้งหรือไม่?

ใส่ความเห็น