กระบะเสยเสาปูนเกาะกลางถนน ร่างปลิวกระเด็นดับสยอง

กระบะเสยเสาปูนเกาะกลางถนน ร่างปลิวกระเด็นดับสยองหนุ่มขอนแก่นวัย 31 ขับกระบะชนแท่งปูนเกาะกลางถนน ร่างกระเด็นออกมานอกตัวรถ คาดอาจจะหลับใน

(14 ม.ค.) เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ร.ต.อ.ชาตรี สีจันทร์ ร้อยเวร สภ.รัตนาธิเบศร์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชน ที่หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขารัตนาธิเบศร์ ถนนรัตนาธิเบศร์ หมู่ 8 ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู รุดตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นถนนฝั่งขาเข้า มุ่งหน้าแยกแคราย ในช่องทางด่วน พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลักซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียนผค7704 ขอนแก่น สภาพด้านหน้าพังยับ ล้อหน้าหักทั้ง 2 ข้าง กระจกหน้าและประตูทั้ง 2 ข้างแตก เครื่องยนต์และเศษชิ้นส่วนรถกระเด็นหลุดขึ้นไปอยู่บนเกาะกลาง

บริเวณเกาะกลางพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีดำ กางเกงยีนส์ขาสั้น มีบาดแผลเจาะข้างตาซ้าย ซี่โครงหัก หน้าอกมีรอยถลอกและแผลที่ท้อง ทราบชื่อคือ นายยุทธภูมิ พักวัน อายุ 31 ปี ชาว อ.โคกโพธิ์ไชย จ.ขอนแก่น ในกระเป๋ามียาชุด 1 ชุดและเอกสารส่วนตัว

จากการตรวจสอบเจ้าหน้าที่กู้ภัยทราบว่ารถยนต์คันดังกล่าวขับมาในช่องทางด่วนด้วยความเร็ว จากนั้นเสียหลักชนเข้ากับขอบปูนเกาะกลางถนนอย่างแรง ทำให้ตัวเครื่องยนต์และคนขับกระเด็นทะลุกระจกหน้ารถไปอยู่บนเกาะกลาง ในระหว่างเข้าช่วยเหลือมีพลเมืองดีที่เป็นพยาบาลเห็นเหตุการณ์จึงได้เข้าช่วยเหลือพยายามปั้มหัวใจ แต่ผู้ได้รับบาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐานส่วน สาเหตุคาดว่าน่าจะเกิดจากผู้เสียชีวิตหลับในจากการกินยาชุดทำให้เกิดอาการง่วงเนื่องจากพบยาอยู่ในกระเป๋าจากนั้นได้มอบร่างให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์เพื่อชันสูตรอีกครั้ง หลังจากนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการติดต่อญาติให้มารับศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

คลิปวีดิโอที่บันทึก,ตั้งท่าวิ่งไปสกัดจับนักเรียนหญิง,เสียหลัก

แชร์สนั่น! ตร.ไล่คว้านักเรียนหญิงล้ม-ผกก.หาดใหญ่แจง “แค่สกัดจับ ไม่ได้กระชากผม”ชาวเน็ตวิจารณ์หลังโพสต์อ้าง ตำรวจจับกระชากผมนักเรียนหญิง รถล้มหัวฟาดเสาไฟฟ้าเจ็บ ล่าสุด ผกก.หาดใหญ่ ออกโรงแจง แค่เรียกให้หยุด ไม่ได้กระชากผม

(16 ม.ค.) โลกออนไลน์เเชร์คลิปวีดิโอเเละภาพเมื่อวันที่ 15 มกราคม ที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมาก กรณีที่ผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก ดีเจจุด สงขลา ได้โพสต์ภาพของนักเรียนสาวนั่งเลือดไหลนองหน้า มีบาดแผลที่ศีรษะ พร้อมระบุเหตุการณ์ว่า นักเรียนหญิงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกระชากผมขณะขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนสาม ตรงบริเวณหน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่ จ.สงขลา จนล้มหัวไปฟาดเข้ากับเสาไฟฟ้าได้รับบาดเจ็บ โดยอ้างว่าผู้บาดเจ็บพยายามหลบหนีด่านเจ้าหน้าที่

โดยในคลิปวีดิโอที่บันทึกไว้นั้นเป็นภาพตำรวจนายหนึ่งตั้งท่าวิ่งไปสกัดจับนักเรียนหญิงสามคนที่ขับจักรยานยนต์ซ้อนสามที่ โดยจักรยานยนต์มีความพยายามหลบตำรวจนายนี้ที่ตั้งท่าจะคว้าตัวเเละทำให้จักรยานยนต์เสียหลักเเละไถลไปชนเสาไปจราจรเเละขอบฟุตบาธจนล้มลง

หลังภาพและข้อมูลถูกแชร์ออกไป มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นถึงเรื่องราวนี้จำนวนมาก บางส่วนเห็นว่านักเรียนหญิงกระทำผิดจริงที่ขับขี่ซ้อนสาม แต่ส่วนใหญ่ก็ตำหนิการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจเช่นกัน เนื่องจากมองว่ากระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ และเหตุใดจะต้องทำถึงขนาดนี้ ?!

พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ ชี้เเจงสั้นๆ กับสปริงนิวส์ว่า จากการสอบถามตำรวจจราจรในพื้นที่ทราบว่าเด็กนักเรียนหญิงคนนั้นขับรถฝ่าสัญญาณไฟจราจร โดยตำรวจจราจรได้วิทยุให้สกัดจับ เเต่ไม่ได้กระชากผมตามที่มีการเเชร์เรื่องนี้ในสังคมออนไลน์

เจอแล้ว! รถบรรทุกทำผวา ติดตุ๊กตาคล้ายชิ้นส่วนมนุษย์

เจอแล้ว! รถบรรทุกทำผวา ติดตุ๊กตาคล้ายชิ้นส่วนมนุษย์จากกรณีที่โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและคลิปเหตุการณ์รถบรรทุก 18 ล้อ ได้มีชิ้นส่วนมนุษย์อยู่บนหลังรถบรรทุกพ่วง สร้างความสยอง และตกใจของผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่ขับรถตามหลังมา โดยรถคันดังกล่าวสัญจรอยู่ในพื้นที่ กทม.

ล่าสุด (20 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมขนส่งทางบก ตรวจสอบแล้วพบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ จ.นครปฐม โดยวันนี้เมื่อเวลา 11.00 น ที่ สำนักงานขนส่ง กำแพงแสน นครปฐม นายสุชัช ปฐมพุทธิธรรม หัวหน้าสำนักงานขนส่งกำแพงแสน ได้เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องกับรถบรรทุกคันดังกล่าวมาพูดคุย และชี้แจงเกี่ยวกับความผิด โดยเป็นรถบรรทุกขยะ 18 ล้อ ทะเบียน 70-2573 นครปฐม ป้ายเหลือง เป็นรถบรรทุกไม่ประจำทางของบริษัทแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ที่ ม.8 ถนนจันทรุเบกษา ต.ทุ่งบัว อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

โดยรถบรรทุกคันดังกล่าวใช้ขนส่งขยะจากกทม. มาส่งที่บ่อขยะในพื้นที่ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยมีผู้จัดการบริษัทเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา คือ นายเอกฤทธิ์ อายุ 46 ปี ส่วนคนขับรถชื่อ นายบัญญัติ อายุ 49 ปี ไม่ได้เดินทางมา เนื่องจากว่าป่วย จึงส่งตัวแทนมาซึ่งเป็นหัวหน้าคุมคนขับรถมาแทนคือ นายจริน อายุ 50 ปี

นายจริน กล่าวว่า คนขับรถจะต้องขับรถขนส่งขยะโดยบรรทุกจากกทม. มาส่งที่ อ.กำแพงแสน ทุกวัน โดยมีคนขับรถ 40 กว่าคน ซึ่งที่ผ่านมามักจะมีการแกล้งแหย่ล้อกันเล่นกับคนงานบ่อขยะเป็นประจำ
โดยตนเองได้สอบถามคนขับรถแล้ว เจ้าตัวยืนยันว่า ไม่ได้เป็นคนนำตุ๊กตาผีมาผูกไว้ท้ายรถ อาจเป็นเพราะคนงานบ่อขยะ นำมาผูกเพื่อแกล้ง โดยล้อเล่นกันแบบนี้เป็นประจำ ไม่ได้มีเจตนาทำให้ประชาชนตกใจและหวาดกลัว

ด้าน นายสุชัช ปฐมพุทธิธรรม หัวหน้าขนส่งกำแพงแสน กล่าวว่า เบื้องต้น กรณีดังกล่าวมีความผิดชัดเจน ทำให้ผู้อื่นที่ขับรถตามมาตกใจ และ อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ โดยมีความผิดตามมาตรา 71 พรบ.ขนส่งทางบก มาตรา 148 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 9 คือ รถที่ใช้ในการขนส่งต้องมีสภาพความมั่นคงแข็งแรงมีเครื่องอุปกรณ์ครบ เครื่องควบคุมถูกต้องตามกฎหมาย โดยปรับไม่เกิน 2000 บาท

ส่วนอีกหนึ่งความผิดคือ แผ่นป้ายทะเบียนท้ายรถ ไม่ชัดเจน ก็มีความผิดตามมาตรา 91 พรบ.ขนส่งทางบก 2522 ฉบับแก้ไข คือแผ่นป้ายชำรุดลบเลือน ปรับไม่เกิน 2,000 บาท แต่กรณีนี้ปรับสูงสุด 2 กระทง 4,000 บาท และจะเชิญคนขับรถทั้งหมดกว่า 40 คน มาอบรมเรื่องมารยาทการขับรถ ที่สำนักงานขนส่งกำแพงแสน ต่อไป

“ปวีณา”ร่วมรับศพหนูน้อย5เดือน โดนแม่วัยใสทำร้าย “ครอบครัว”สุดอาวรณ์

“ปวีณา”ร่วมรับศพหนูน้อย5เดือน โดนแม่วัยใสทำร้าย “ครอบครัว”สุดอาวรณ์คืบหน้ากรณีผู้เป็นย่าเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ว่า ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 5 เดือน หลานสาว ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสต้องผ่าตัดสมอง โดยมีเพื่อนบ้านเป็นพยานรู้เห็นว่า หลานสาวน่าจะถูก น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ทำร้ายร่างกาย โดย ด.ญ.เอ ได้รักษาตัวอยู่ในห้อง ไอ.ซี.ยู. รพ.ศิริราช ซึ่งในวันนี้ ด.ญ.เอ ได้เสียชีวิตลงแล้ว

ใบมรณะบัตรระบุสาเหตุการเสียชีวิตของหนูน้อย มาจากอวัยวะสำคัญของร่างกายถูกกระแทกอย่างรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณศีรษะมีอาการกะโหลกร้าวและมีเลือดคลั่งในสมองและมีอาการไตวาย นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยฟกช้ำหลายแห่งตามร่างกายของหนูน้อยอีกด้วย ซึ่งผู้เป็นแม่วัย 17 ปี ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา โดยฝ่ายพ่อของหนูน้อยยืนยันว่าเคยพบเห็นภรรยาหรือผู้เป็นแม่ของหนูน้อยทำร้ายร่างกายลูกหลายครั้ง ประกอบกับคำให้การของเพื่อนบ้านซึ่งเคยพบเห็น การทำร้ายร่างกายของหนูน้อยเช่นกัน ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของหนูน้อยรายนี้

มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรีจะดูแลค่าใช้จ่ายในการทำศพและฌาปนกิจ เบื้องต้น 1 หมื่นบาท รวมถึงในส่วนของคดีที่เกิดขึ้นกับเด็กและผู้เกี่ยวข้องเป็นเยาวชน ทางมูลนิธิจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปหาทางช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

ส่วนความคืบหน้าของคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดย พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ รอง ผบก.น.8 เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนสน.บุปผาราม ยังต้องสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะแม่ของเด็ก ซึ่งยังเป็นเยาวชนที่ต้องมีเจ้าหน้าที่จาก ก.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมสอบปากคำด้วย และพยานแวดล้อมอื่นๆ เพิ่มเติมก่อนจะมีการพิจารณาอีกครั้ง ในวันนี้ผลชันสูตรออกมาแล้วก็ถือเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาก่อนแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

นับถอยหลัง เตรียมสุขภาพดี รับปีใหม่

ใกล้สิ้นปี ลองทบทวนตนเองในรอบปีกันบ้างว่า ได้ทำสิ่งต่างๆ ได้ครบตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ครบหรือยัง เจ็บไข้ได้ป่วยมากน้อยแค่ไหน หรือได้มีเวลาออกกำลังกายบ้างหรือไม่

ปีนี้กำลังจะผ่านไป มาเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการให้ของขวัญตัวเองด้วยการดูแลสุขภาพ พร้อมกับปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใส่ใจดูแลสุขภาพให้มากขึ้น เพราะไม่ว่าจะมีเงินเยอะแค่ไหนก็ไม่สามารถซื้อสุขภาพดีได้ และการรักษาโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้น จะมีค่าใช้จ่ายสูงและแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเท่านั้น

การเริ่มดูแลสุขภาพทำได้ง่ายๆ เริ่มจาก

1. ควบคุมน้ำหนัก

ถ้าหากว่าน้ำหนักตัวขึ้นไวแบบก้าวกระโดดจนรูปร่างเริ่มเปลี่ยนไปและสุขภาพก็เริ่มอ่อนแอลง ควรหันมาฟื้นสุขภาพให้ดีขึ้นด้วยการลดน้ำหนักเป็นอันดับแรก เพราะแค่ลดอ้วน ลดพุง ก็ลดความเสี่ยงของโรคได้ทั้งโรคอ้วน โรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคเรื้อรังอื่นๆ ได้

2. เลือกกินดี

หันมาดูแลสุขภาพด้วยอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารไขมันสูง เครื่องดื่มที่เติมน้ำตาลทุกชนิด รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล น้ำหวาน อาหารทอดน้ำมันท่วม และเบเกอรี่ซึ่งเต็มไปด้วยแป้ง น้ำตาล ไขมัน รับประทานให้พออิ่ม อย่าเห็นว่าเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์ต้องกินให้คุ้ม เพราะจะกลายเป็นกินเกิน สะสมเกินกว่าความจำเป็นของร่างกาย พิจารณาเลือกกินแต่สิ่งที่มีประโยชน์ กินอาหารโปรตีนที่มีไขมันต่ำ คนส่วนใหญ่มักกินโปรตีนในปริมาณที่ไม่สมดุลกับอาหารหมวดอื่นๆ อาหารเสริมที่เพิ่มความสะดวกในการเลือกจึงอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่อาจจะช่วยเสริมสร้างสุขภาพ อย่างเช่น ซุปไก่สกัด ซึ่งได้รับความนิยมมายาวนาน มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า ช่วยลดความเครียดและความอ่อนล้าของสมอง เพิ่มสมาธิ และการเรียนรู้ แล้วยังมีส่วนช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูจากความเหนื่อยล้าได้รวดเร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ควรเลือกกินไขมันที่ดีและไขมันจำเป็นชนิดหนึ่งที่ขาดไม่ได้ คือ น้ำมันปลา ประกอบด้วยกรดไขมันจำเป็นไม่อิ่มตัวที่จะช่วยลดไขมันในเลือดและป้องกันโรคหัวใจ หากต้องการเสริมประสิทธิภาพในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายอาจเลือก เห็ดทางการแพทย์ เช่น ไมตาเกะและหลินจือ ซึ่งดีกว่าการเลือกเครื่องดื่มที่ไม่มีประโยชน์

3. ออกกำลังกายเป็นประจำให้มากขึ้น

ปีใหม่นี้มาตั้งเป้าหมายออกกำลังกายให้ตัวเอง อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งๆ ละครึ่งชั่วโมง โดยเริ่มจากการกีฬาเบาๆ อย่างเดินออกกำลังกาย วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือเล่นกีฬาร่วมกันกับครอบครัว หากทำได้ตลอดปี สุขภาพร่างกายจะค่อยๆ ฟิตแอนด์เฟิร์ม และแข็งแรงมากกว่าเดิมอย่างแน่นอน

4. ลดเครียด

ความเครียดเป็นตัวบ่อนทำลายสุขภาพที่มองไม่เห็นแต่อานุภาพร้ายกาจ และมักจะมาเยือนบ่อยๆ แม้ว่าบางครั้งไม่สามารถหลบหลีกได้พ้น ทว่าก็มีทางออกช่วยให้ความเครียดผ่อนลงได้ อย่างการฟังเพลง ดูหนัง เล่นกีฬา อ่านหนังสือ นั่งสมาธิ ก็ช่วยคลายเครียดได้

5. พักผ่อน

เหนือสิ่งอื่นใดคือการพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้พักฟื้นจากความเหน็ดเหนื่อย ระบบและกลไกสุขภาพต่างๆ จะได้ถูกเติมพลังให้มีแรงทำงานอย่างเต็มที่ ร่างกายสดชื่น ลดความเสี่ยงจากโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่นๆ

การจะมีสุขภาพที่ดีจำเป็นต้องอาศัยหลายๆ องค์ประกอบร่วมกัน และที่สำคัญควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี เพราะส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่า ถ้าร่างกายแข็งแรงไม่จำเป็นต้องตรวจสุขภาพ เพราะไม่น่าจะมีโรคอะไร แต่บางโรคอาจไม่แสดงอาการ ถ้าไม่ตรวจจะไม่รู้ เช่น ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โลหิตจาง โรคมะเร็ง ฯลฯ มาเริ่มต้นกายและใจให้พร้อมเป็นคนใหม่ รับปีใหม่ปรับพฤติกรรมให้สุขภาพดีขึ้น ถือเป็นของขวัญล้ำค่าที่สุดแล้ว

ข้อมูลโดย: อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช นักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพจากสหรัฐอเมริกา